มะเร็งปอดมีกี่ชนิด?
-
Infinity Pharmaceutical
- บทความสุขภาพ
รู้ทัน “มะเร็งปอด” ภัยเงียบที่คร่าชีวิตคนจำนวนมากโดยไม่รู้ตัว
มะเร็งปอดเป็นหนึ่งในโรคมะเร็งที่พบได้บ่อยและเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งทั่วโลก โดยในระยะแรกของโรค ผู้ป่วยจำนวนมากอาจไม่มีอาการผิดปกติที่ชัดเจน ทำให้การวินิจฉัยมักเกิดขึ้นเมื่อโรคลุกลามแล้ว

มะเร็งปอดมีกี่ชนิด?
มะเร็งปอดสามารถแบ่งออกเป็น 2 ชนิดหลัก ตามลักษณะของเซลล์มะเร็ง ดังนี้
1. มะเร็งปอดชนิดเซลล์ไม่เล็ก (Non-Small Cell Lung Cancer: NSCLC)
เป็นชนิดที่พบได้บ่อยที่สุด คิดเป็นประมาณ 80-85% ของผู้ป่วยมะเร็งปอดทั้งหมด
ลักษณะสำคัญของมะเร็งชนิดนี้คือการเจริญเติบโตและการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งค่อนข้างช้ากว่ามะเร็งปอดชนิดเซลล์เล็ก ทำให้หากตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ผู้ป่วยมีโอกาสได้รับการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ และในบางรายอาจสามารถรักษาให้หายขาดได้
แนวทางการรักษาอาจประกอบด้วย
- การผ่าตัด
- การฉายรังสี
- การให้ยาเคมีบำบัด
- การรักษาแบบมุ่งเป้า (Targeted Therapy)
- ภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy)
2. มะเร็งปอดชนิดเซลล์เล็ก (Small Cell Lung Cancer: SCLC)
แม้จะพบได้น้อยกว่ามะเร็งปอดชนิดเซลล์ไม่เล็ก แต่เป็นชนิดที่มีความรุนแรงสูง เซลล์มะเร็งมีการแบ่งตัวรวดเร็วและสามารถแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นได้อย่างรวดเร็ว
มะเร็งชนิดนี้มักสัมพันธ์กับการสูบบุหรี่เป็นเวลานาน และมักถูกตรวจพบในระยะที่โรคลุกลามแล้ว
แนวทางการรักษาหลัก ได้แก่
- การให้ยาเคมีบำบัด
- การฉายรังสี
- การรักษาร่วมหลายวิธีตามความเหมาะสมของผู้ป่วยแต่ละราย
ปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งปอด
ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งปอด ได้แก่
- การสูบบุหรี่และการได้รับควันบุหรี่มือสอง
- การสัมผัสสารก่อมะเร็ง เช่น แร่ใยหิน (Asbestos) หรือก๊าซเรดอน
- มลภาวะทางอากาศ
- ประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งปอด
- โรคปอดเรื้อรังบางชนิด
การป้องกันและการตรวจคัดกรอง
การป้องกันที่ดีที่สุด คือการหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง โดยเฉพาะการสูบบุหรี่ รวมถึงการดูแลสุขภาพปอดและตรวจสุขภาพเป็นประจำ
สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น ผู้สูบบุหรี่เป็นเวลานาน ควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการตรวจคัดกรองมะเร็งปอด เพื่อเพิ่มโอกาสในการค้นพบโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
เพราะ “การรู้เร็ว = โอกาสรอดสูงขึ้น”
มะเร็งปอดเป็นโรคที่สามารถรักษาได้ หากตรวจพบตั้งแต่ระยะแรก การสังเกตอาการผิดปกติของร่างกาย เข้ารับการตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ และหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาและคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว